
ประเทศไทยเราได้เปิดประตูสู่โลกของการทำเบียร์มาตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เพื่อให้คนไทยผลิตเบียร์ได้เองและป้องกันเงินตราไหลออกนอกประเทศ จึงได้จัดตั้งโรงงานเบียร์ไทยขึ้นเป็นแห่งแรกของประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ.2476 ชื่อว่า “บริษัทบุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด” และได้วางจำหน่ายเบียร์ครั้งแรกในปี พ.ศ.2477 ด้วยราคา 32 สตางค์ จึงทำให้คนไทยสนใจการผลิตเบียร์มากขึ้นจนถึงปัจจุบันนี้
4 ส่วนประกอบสำคัญในการทำเบียร์ที่ควรรู้จัก
- มอลต์ (Malt) เป็นส่วนประกอบหลักในการทำเบียร์ที่จะขาดไปไม่ได้เลย โดยมอลต์นั้นคือเมล็ดธัญพืชที่มีผลสำคัญต่อรสชาติและสีของเบียร์ เรียกว่าเบียร์จะออกมารสชาติอย่างไรหรือมีสีแบบไหนก็ขึ้นอยู่กับการเลือกมอลต์ด้วย
- ฮ็อปส์ (Hops) ส่วนที่ใช้จะเป็นส่วนดอก ดอกฮ๊อปส์มีส่วนสำคัญในการเพิ่มรสชาติให้เบียร์โดยรสชาติจะออกขม ช่วยเพิ่มกลิ่นหอม และช่วยเพิ่มอายุการเก็บของเบียร์ได้ มีสรรพคุณที่ดีต่อร่างกายหลายอย่าง
- ยีสต์ (Yeast) เป็นส่วนประกอบที่ทำให้เกิดแอลกอฮอล์ละก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
- น้ำ (Water) โดยในเบียร์นั้นมีน้ำกว่า 95% น้ำที่เลือกใช้ควรเป็นน้ำสะอาดและปราศจากคลอรีน
เรื่องที่มือใหม่ควรรู้ก่อนเริ่มการทำเบียร์
- เรียนรู้พื้นฐานการทำเบียร์ ว่ามีวิธีการอย่างไร เพื่อประเมินความสามารถของตัวเองและเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการปฏิบัติจริง
- รู้จักเบียร์แต่ละชนิด เพราะเบียร์แต่ละชนิดมีกลิ่น สี รสชาติ และขั้นตอนการทำที่ไม่เหมือนกัน
- เรียนรู้สูตรเบียร์จากแหล่งต่าง ๆ ปัจจุบันนี้สามารถหาสูตรได้ง่ายจากสื่อโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ที่จะมีสูตรบอกเอาไว้มากมาย สามารถนำมาลองทำตามได้
- ทำความรู้จักส่วนประกอบของเบียร์ โดยทั่วไปแล้วส่วนประกอบหลัก ๆ ของเบียร์มี 4 อย่างคือ มอลต์ ฮ็อปส์ ยีสต์ และน้ำ นอกจากนี้ยังสามารถใส่ผลไม้ ข้าว หรือธัญพืชได้ด้วย
- ฝึกใช้อุปกรณ์หรือเครื่องมือทำเบียร์ เพราะในการทำเบียร์นั้นมีอุปกรณ์หลายอย่างและหลายขั้นตอน จึงควรเรียนรู้วิธีการใช้งานอุปกรณ์แต่ละชนิดก่อน เช่น ที่วัดอุณหภูมิ ที่ตรวจวัดระดับน้ำตาล หม้อต้มเบียร์
- ศึกษากฎหมาย การขออนุญาตการผลิตและอัตราภาษี เพื่อได้ทราบข้อกฎหมายและข้อควรปฏิบัติในการผลิตเบียร์ รวมถึงเรื่องอัตราภาษีสำหรับผู้ที่มีแพลนจะทำธุรกิจ
- ลงมือปฏิบัติจริง เพื่อได้ทราบเกี่ยวกับวิธีการทำและขั้นตอนต่าง ๆ ซึ่งในปัจจุบันนี้ก็มีคอร์สเปิดสอนทำเบียร์มากมาย
จะเห็นว่าการทำเบียร์นั้นมีส่วนประกอบเพียงไม่กี่อย่างเท่านั้น แต่สิ่งสำคัญจะอยู่ที่การควบคุมอุณหภูมิและปริมาณของวัตถุดิบ ที่แต่ละคนอาจมีสูตรหรือความชอบที่แตกต่างกัน บางคนอาจชอบเบียร์ที่รสชาติกลมกล่อม รสนุ่มดื่มง่าย แต่บางคนชอบเบียร์รสขม ซึ่งกระบวนการต่าง ๆ เหล่านี้ก็จะส่งผลต่อสี กลิ่น และรสชาติของเบียร์ นั่นจึงเป็นที่มาของเบียร์ชนิดต่าง ๆ ที่มีความแตกต่างกัน เช่น Lager เป็นเบียร์ใช้ระยะเวลาการหมักประมาณ 2 – 3 เดือน หมักในอุณหภูมิต่ำ ทำให้มีสีที่ค่อนข้างอ่อนและใส รสชาติละมุนดื่มง่าย
